พาเทวดาน้อยเหินฟ้า

เมื่อต้นเดือน แม่ได้กระทำการอุกอาจอย่างนึง นั่นคือ พาลูกขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก!

ด้วยความที่เราอยู่บ้านนอก เกือบเหนือสุดของประเทศ บางครั้งแม่ก็อยากพาลูกไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา ดูอะไรที่มันแตกต่างจากบิ๊กซี โลตัส บ้าง แต่ก็ติดขัดตรงที่เรื่องการเดินทาง ซึ่งความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลๆ อาจจะทำให้เทวดาน้อยของแม่แปลงร่างเป็นจอมมารน้อยได้ในพริบตา

เมื่อปลายปี ทางสายการบินแอร์เอเชีย ได้จัดโปรโมชั่นจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าในราคาพิเศษสุดๆ ก็พอดีกับยายของเทวดาน้อยมาเปรยๆว่า อยากลองขึ้นเครื่องบินดูสักครั้ง แม่จึงจัดการจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวกรุงเทพกัน โดยวางแผนว่าจะค้างคืนหนึ่งวัน เพื่อพาเทวดาน้อยของแม่เที่ยวดูอะไรแปลกๆบ้าง

สิ่งที่แม่ต้องคำนึงถึงนั่นคือ ทำอย่างไรให้การเดินทางไปในที่ต่างๆสะดวกที่สุด เหนื่อยน้อยที่สุด หลีกเลี่ยงการจราจรที่คับคั่งของกรุงเทพให้ได้มากที่สุด เพราะแม่ไม่อยากให้เทวดาน้อยของแม่ฟิวส์ขาดจนหมดสนุก

แม่เลือกที่พักเป็นโรงแรมที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช นั่นคือโรงแรม imm fusion ซึ่งราคาอยู่ในเรทที่ไม่สูง ไม่ไกลจากสนามบินมากนัก และสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกด้วยการขึ้นรถไฟฟ้า

สถานที่เที่ยวสำหรับลูก จึงเป็นสยามโอเชียนเวิร์ด ที่ตั้งอยู่ภายในสยามพารากอน เนื่องจากอยู่ในเส้นทางรถไฟฟ้า และตกเย็น แม่ก็นัดพบปะเพื่อนๆ ที่มีลูกอยู่ในวัยใกล้เคียงกัน มากินอาหารร่วมกัน สถานที่ก็คือชาบูชิ สาขาเอกมัย ซึ่งก็อยู่ในเส้นรถไฟฟ้าอีกเช่นเคย

วันนั้นทั้งวัน ลูกขึ้นรถไฟฟ้าไปนู่นมานี่เป็นสิบเที่ยว เสียดายที่แม่วางแผนพลาดไปนิด ไม่ได้ซื้อตั๋ววันจะได้ประหยัดอีกหน่อย อิอิ

ปัญหาที่พบจากทริปนี้ได้แก่

1. ลูกของแม่ไม่มีการตื่นเครื่องบินแต่อย่างใด เพราะยังไม่เข้าใจว่าเครื่องบินจะขึ้นไปบนฟ้าอะไรยังไง คนที่ื่ตื่นเครื่องบินจริงๆคือยายมากกว่า แต่ปัญหาที่เกิดกับเทวดาน้อยคือ เมื่อเครื่องบินกำลังจะไต่ระดับลง คนเรามักจะหูอื้อ เทวดาน้อยก็เช่นกัน หูอื้อขึ้นมาก็เริ่มงอแงครางฮือๆเลย แม่ก็ต้องคอยปลอบและคอยเอานิ้วดูดอากาศออกจากหูให้ และลูกก็ไม่ยอมคาดเข็มขัดนิรภัย ยอมอยู่แป๊บนึง ก็ดึงออก แม่ต้องแก้ปัญหาด้วยการกอดเอวหนูไว้ ทำตัวเป็นเข็มขัดซะเอง

2. แม้จะวางแผนการเดินทางมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่ระยะทางจากสนามบินมาถึงที่พัก ก็คดเคี้ยวและชวนให้เมารถเอาเรื่องอยู่ ปรากฎว่าเทวดาน้อยของแม่อาเจียนที่หน้าโรงแรมพอดี เฮ้อ เกือบแย่

3. แม้สยามโอเชียนเวิร์ดจะสวยงามตระการตาแค่ไหน แต่ว่าในแต่ละโซนก็ไม่สามารถเหนี่ยวรั้งเทวดาน้อยไว้ได้เกินห้านาที จะมีก็แต่โซนนกเพนกวินแสนเชื่อง ที่สามารถรั้งเทวดาน้อยให้หยุดเล่นด้วยได้ประมาณหกนาทีกว่าๆ (= =’) งานนี้คนที่ตื่นเต้นจริงๆกลับเป็นยายอีกเช่นเคย แต่แม่ก็พยายามชี้ชวนให้ลูกดูอยู่ตลอด ว่าสัตว์แต่ละชนิดคืออะไร แต่ดูแล้วเทวดาน้อยจะสนใจที่จะวิ่งไปถ่ายรูปนู่นนี่เรื่อยๆมากกว่า

ประโยชน์ที่แม่คิดว่าได้รับจากทริปนี้ก็คือ

1. ลูกของแม่ได้ออกมาสัมผัสโลกที่ไม่เคยเห็น ทำให้แม่มีเรื่องพูดเรื่องคุยกับหนูอีกหลายอย่าง แม่จะถามทบทวนเหตุการณ์ว่าลูกจำนู่นได้มั๊ย จำนี่ได้มั๊ย ภาพรถไฟฟ้า หรือภาพเครื่องบินที่เคยเห็นในหนังสือ ลูกก็ได้สัมผัสของจริงกับเขาแล้ว

2. ลูกได้สื่อสารเรื่องที่สนใจผ่านรูปถ่าย ลูกของแม่ชอบการถ่ายรูปมาก ไม่ใช่การโพสต์ท่าถ่ายรูป แต่เป็นการเป็นตากล้องซะเอง คุณภาพไม่ต้องพูดถึง มืดตื๋อเกือบทุกภาพ แต่ก็ทำให้แม่รู้ว่าลูกสนใจสิ่งไหนบ้าง

3. ให้ลูกได้พบปะกับเพื่อนใหม่ ปกติเทวดาน้อยของแม่จะไม่ค่อยกล้าเล่น หรือเข้าไปทำความรู้จักกับเด็กวัยเดียวกันมากนัก โชคดีที่ทริปนี้ เพื่อนของแม่พาลูกสาวจอมแก่นมาด้วย ด้วยความน่ารักและไม่ถือตัว ทำให้เทวดาน้อยเล่นกับเพื่อนใหม่ได้อย่างไม่เคอะเขิน ลูกดูมีความสุขมาก

สุดท้าย ฝากรูปเทวดาน้อย VS เพนกวิน
เป็นรูปเดียวนี่แหล่ะที่เก็บได้จากสยามโอเชียนเวิร์ล เพราะที่เหลือเทวดาน้อยยึดภาพเป็นตากล้องเองซะหมด

Tags: ,
permalinkRead More CommentComments (2) Catห้องรับแขก

2 Responses to “พาเทวดาน้อยเหินฟ้า”

  1. พ่อปัน ปัน Says:

    ดีจังได้นั่งเครื่องบินด้วย…พ่อปัน ปัน เกิดมาได้นั่งแค่ครั้งเดียวเองครับ…เดี๋ยวต้องหาโอกาสพาน้องปัน ปัน นั่งไปเชียงใหม่เพื่อไปดู “หลินปิง” มั่งดีกว่าครับ

  2. khanom Says:

    แหมะ ก็สาวน้อยคนนั้นตื่นเทวดาน้อย เลยวิ่งไล่จับ

Leave a Reply

hit counter html code theme by Theme Lab