เข้าสู่คอร์สต่อเนื่อง กิจกรรมบำบัด

toy.jpgเทวดาน้อยถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลเชียงราย ประชานุเคราะห์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า โรงบาลไท ด้วยความที่ถูกส่งไปส่งมา หลายกระเด้งเหลือเกิน แม่ก็ชักจะหวาดๆซะแล้ว ว่าจะได้เรื่องไหมนี่ จนป่านนี้ เจ้าตัวน้อยยังไม่ได้รักษาต่อเนื่องที่ไหนเลย ที่โรงบาลไทนี้ก็เหมือนโรงพยาบาลรัฐทั่วๆไป คือมีคนไข้รอคิวมหาศาล แต่ดีตรงที่ว่าบริการฉับไว ตอนแม่ไปยืนรอทำบัตร เมื่อพยาบาลเห็นว่าเรามาตรวจรักษาออทิสติก เขาก็จัดการลัดคิวให้เราทันที ต้องขอขอบคุณโรงพยาบาลที่เล็งเห็นอารมณ์ของเด็กออทิสติก ที่รออะไรนานๆไม่ได้ ^ ^” หลังจากทำบัตรเสร็จแล้ว ก็ไปที่ห้องตรวจเด็ก ซึ่งครั้งนี้ไม่ต้องประเมินอะไรอีก เพราะเรามีใบประเมินครบทุกอย่างมาหมดแล้ว คุณหมอจึงส่งให้เราไปหาคุณหมออีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนักพัฒนาการพูด เขาว่ากันว่าในภาคเหนือนี้มีอยู่แค่สองคนเท่านั้น แม่เริ่มยิ้มออก ที่ในที่สุด หนูจะได้เริ่มหัดพูดกับเขาเสียที

รอจนถึงช่วงบ่าย เราก็ได้เข้าพบ ครูนาย ซึ่งเป็นคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเรื่องการฝึกพูด เมื่อเข้าไปในห้องนั้น ก็พบคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง ของเล่นสองสามอย่าง เทวดาน้อยชอบอยู่แล้ว เครื่องคอมเนี่ย เข้าไปป้วนเปี้ยนลูบๆคลำๆ แล้วก็มากลิ้งของเล่น เดินไปเดินมา พล่านไปทั่วห้อง ครูนายจับตัวหนูมานั่งจ้องหน้าห้าวินาที แล้วก็บอกกับแม่ว่า ยังฝึกพูดให้ไม่ได้ เพราะหนูยังไม่นิ่งพอ

งานกร่อยเลยสิทีนี้ แม่ก็ถามครูนายว่า จะฝึกพูดได้เมื่อไร ครูนายเห็นว่าเรายังไม่เคยผ่านการฝึกกิจกรรมบำบัดเลย จึงส่งตัวไปที่แผนกกิจกรรมบำบัด และบอกกับเราว่า เจ้าตัวน้อยจำเป็นต้องฝึกกิจกรรมบำบัดจนมีสมาธิ และนิ่งพอเสียก่อน ก่อนที่จะทำอะไรอย่างอื่นได้ และเขียนใบนัดให้เราเข้ามาฝึกกลุ่มกับครูนาย ซึ่งจะฝึกเดือนละหนึ่งครั้ง ควบคู่กับการฝึกกิจกรรมบำบัด ซึ่งเราได้คิวอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง โดยนักกิจกรรมบำบัด คือ ครูแป๋ว

อีกอาทิตย์หนึ่งต่อมา เจ้าตัวน้อยก็ได้มาฝึกกิจกรรมบำบัดกับครูแป๋วเป็นครั้งแรก ซึ่งก็เป็นไปตามคาด หนูร้องไห้ ขว้างปาข้าวของระเนระนาด ครูแป๋วก็ปล่อยให้หนูนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้น ไม่ปลุกไม่ปลอบ จนผ่านไปครึ่งชั่วโมง หนูก็หมดแรง ครูแป๋วก็ชวนหนูมาเล่นต่อบล็อกตัวอักษร ตัวยังสะอื้นฮักๆ แต่พอเห็นตัวอักษรของชอบก็ตาเป็นประกาย จนในที่สุดก็ยอมนั่งฝึกแต่โดยดี วันแรกถือเป็นการสร้างความคุ้นเคย ยังไม่ค่อยได้เรื่องอะไรมากนัก

ระหว่างที่นั่งรอ แม่ก็ได้นั่งคุยกับผู้ปกครองของเด็กคนอื่นที่โตกว่า ได้ความว่าบางคนก็ฝึกมาหลายปี ตั้งแต่ลูกสองขวบ จนตอนนี้แปดเก้าขวบ พัฒนาการก็ค่อยๆดีขึ้น แม่ก็นั่งๆดู เด็กบางคนก็ดูท่าทางเฉลียวฉลาด แทบมองไม่เห็นความเป็นออทิสติกเลย แต่บางคนก็ยังมีอาการเหม่อๆไม่สนใจใคร แม่ก็เลือกดูเฉพาะคนที่ดีกว่า เอาไว้เป็นความหวังว่าสักวันลูกของเราจะต้องเป็นแบบนี้ หรือดีกว่านี้

ครูแป๋วฝากการบ้านมาให้ทำเองที่บ้านอีกเยอะแยะ เพราะเทวดาน้อยมีจุดบกพร่องหลายอย่าง ทั้งเรื่องไม่สบตา ซึ่งต้องแก้ด้วยการนำของที่ลูกสนใจมาวางไว้ระดับสายตาของเรา ประมาณว่ามองของแล้วให้เลยมามองตาด้วย (แต่แม่มีวิธีที่แจ่มกว่านั้น คือการทำอะไรสักอย่างเช่น ร้องเพลงที่หนูชอบ แล้วก็หยุดร้องซะเฉยๆ ทำให้หนูสงสัย หันมามองหน้าแม่ว่าทำไมไม่ร้องต่อ) และกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ไม่ค่อยจะมีแรง ซึ่งครูแป๋วแนะนำให้หาอะไรมาให้หนูคีบเล่น เช่น คีมคีบน้ำแข็ง หรือไม้หนีบผ้า ให้ตั้งคำถามง่ายๆที่หนูสามารถตอบได้ เื่พื่อฝึกให้ออกเสียงแบบมีความหมาย เช่น นี่สีอะไร ฝึกการออกคำสั่งง่ายๆ เช่น เอาของไปเก็บ แล้วพาหนูจูงมือไปเก็บของ

การฝึกกับครูแป๋วเป็นไปอย่างต่อเนื่องทุกอาทิตย์ เนื่องจากต้องเดินทางไกลๆ ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ทำให้บางวันหนูก็หงุดหงิด บางวันก็อารมณ์ดี แต่ก็ค่อยๆคุ้นเคยจนหนูรู้ว่ามันเป็นกิจวัตรที่ต้องทำ ความพยศก็ค่อยๆลดน้อยลง ทุกอย่างเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แป๊บๆจะให้หายเลยคงไม่ใช่แน่ๆ งานนี้เรายังต้องต่อสู้กันอีกยาว

Tags: , , , ,
permalinkRead More CommentComments (4) Catห้องรับแขก

4 Responses to “เข้าสู่คอร์สต่อเนื่อง กิจกรรมบำบัด”

  1. khanom Says:

    ????????

  2. ????? Says:

    ????????

  3. mapandy Says:

    ???????????????????????????? ? ???????

    ??? ? ????

  4. sealinda Says:

    “???????????????????????????? ???????????????????????????????????????????????????? ?????????????”……

    ?????? ?????????????
    ???? ???

Leave a Reply

hit counter html code theme by Theme Lab