admin on พฤศจิกายน 16th, 2009
ตอนนี้เทวดาน้อยของเราหายดีแล้ว หลังจากต้องไปนอนให้น้ำเกลือสองคืน จากการกินยาเกินขนาด เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ จนแม่แน่ใจว่าลูกหายสนิทแล้ว ก็เริ่มให้ยา Risperdal อีกครั้งตามคำแนะนำของหมอ โดยได้ทดลองในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก่อน ในปริมาณเช้าและก่อนนอน 0.25ml และปรับเปลี่ยนให้เป็นเช้า 0.4 ml และก่อนนอน 0.2 ml ในวันจันทร์ที่ลูกแม่ไปโรงเรียน เพื่อทดสอบผลของยา »» อ่านต่อ
admin on ตุลาคม 31st, 2009
สืบเนื่องจากเรื่องราวเมื่อวาน ที่ลูกของแม่มีอาการย่ำแย่ วันนี้แม่ก็ได้รู้สาเหตุที่แท้จริง ซึ่งทำเอาแม่พูดไม่ออกเลย
นั่นคือ ลูกได้ยาไปเกินขนาด เกินกว่าที่หมอกำหนดไว้มาก
เรื่องราวเกิดขึ้น เพราะปกติตอนเช้าๆ น้องสาวของแม่จะเป็นคนดูแลลูก และพาไปส่งที่โรงเรียน ซึ่งก่อนหน้านั้น แม่ได้คุยกับน้องสาวเรื่องยาของลูก และบอกขนาดยาที่หมอให้ว่าแค่ 0.4 ml ประมาณสองหยดเท่านั้นเอง โดยให้ใช้หลอดที่เสียบอยู่กับขวดยาเป็นตัววัดขนาด ซึ่งน้องสาวของแม่ก็ทำท่าเข้าใจเป็นอันดี »» อ่านต่อ
admin on ตุลาคม 30th, 2009
เทวดาน้อยเพิ่งกลับมาจากเชียงใหม่ได้สองวัน รอบนี้เป็นการให้ยาช่วยในการบำบัดเป็นครั้งแรก ยาที่ว่านี้มีชื่อทางการค้าว่า Risperdal เป็นของเหลวใส หมอให้รับยาครั้งแรก 0.25 ml แต่เนื่องจากลูกของแม่ยังมีอาการต่อต้าน และไม่นิ่ง หมอจึงให้เพิ่มปริมาณเป็น 0.4ml ในตอนเช้า และ 0.2 ml ในตอนก่อนนอน ซึ่งวันต่อมาก็ได้เวลากลับบ้านพอดี แม่ไปรับหนู ก็รู้สึกว่า หนูมีอาการนิ่งๆ แปลกๆ แบบว่า แม่ไม่ชินอ่ะ ปกติลูกแม่ต้องกระตู้วู้กว่านี้นี่นา »» อ่านต่อ
admin on ตุลาคม 2nd, 2009
บางครั้ง แม่เองก็มีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ ความเครียด ความเหนื่อย ความหวาดวิตก กดทับอยู่ทุกคืนทุกวัน ถ้ามีอะไรมาสะกิดแม้แค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ก็ทำให้ความเศร้าถาโถมเข้ามาอย่างหนักได้
วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่ง ที่แม่ต้องนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในมุมหนึ่งของบ้าน
แต่ก็ไม่นาน เด็กชายตัวน้อยก็เดินตามเสียงแม่มา คำแรกที่ลูกพูดเมื่อเห็นแม่ก็คือ “แม่ร้องไห้เหรอ…”
แล้วมือเล็กๆก็ยกขึ้นมาปาดน้ำตาให้แม่ “ไม่เอาน่า อย่าร้องนะ” …เหมือนมีก้อนอะไรวิ่งมาจุกอยู่ที่คอ แม่ปล่อยโฮออกมาหนักกว่าเดิม… เจ้าตัวน้อยเอื้อมมือไปหยิบทิชชู่แล้วเช็ดน้ำตาให้แม่ “ไม่เอา ไม่ร้อง พอแล้ว” พอแม่ยังไม่หยุดร้อง หนูก็เอาทิชชู่แฉะๆมาขู่แม่ “นี่ๆดูไรนี่ กลัวมั๊ย กลัวมั๊ย อย่าร้อง”
แม่ดึงลูกมากอดไว้แน่น สะอื้นฮักๆ … แม่ยังมีหนูอยู่ตรงนี้ แม้จะเหนื่อย จะล้า จะไม่เหลือใคร แต่แม่ก็มีคนสำคัญที่สุดอยู่ตรงหน้านี้แล้ว
จริงๆแล้ว พัฒนาการทางการพูดของเทวดาน้อยโดยทั่วไป ยังไม่ค่อยดีนัก ยังเชื่อมโยงเหตุผลไม่ค่อยเป็น ถ้าเทียบเป็นภาษาอังกฤษก็คือรู้จักแต่ what , where แต่ยังไม่รู้จัก with , why , how…เมื่อวานเพิ่งไปหาหมอมา หมอถามว่ามากับใคร หนูก็ยังไม่เข้าใจคำถามเลย
…วันนี้จึงดูเหมือนว่า ลูกแม่พยายามอย่างมาก ที่จะพูดปลอบใจแม่…
เพราะประโยคสุดท้ายที่ลูกพูดกับแม่ ตอนที่แม่กอดหนูไว้ ก็คือ “รักแม่ครับ”…..