สมัครเข้าเรียน
admin on กุมภาพันธ์ 8th, 2009
และแล้วก้ถึงเวลาที่รอคอยมาหนึ่งปีเต็ม นั่นคือ การสมัครเข้าเรียน โรงเรียนที่คาดหวังไว้เป็นโรงเรียนรัฐแห่งหนึ่ง ตามที่เคยเล่าไปแล้วว่ามีคลาสพิเศษ ให้เด็กพิเศษโดยเฉพาะ เวลาผ่านไปหนึ่งปี ลูกของแม่มีพัฒนาการที่ดีกว่าเดิม รู้เรื่องมากกว่าเดิม แต่แม่ก็ยังหวั่นๆใจอยู่ดี ว่าผลจะออกมายังไง เนื่องจากครูที่แม่เคยคุยไว้บอกกับแม่ว่า ตอนนี้เด็กในคลาสก็มีเยอะ ยังไงก็ต้องไปสมัครดูก่อน แล้วคนรับสมัครเขาจะดูเองว่าจะให้ผ่านไหม
วันรับสมัครวันแรก แม่พาหนูออกจากบ้านพร้อมกับยายแต่เช้า แต่งตัวด้วยชุดหล่อ หยอกล้อให้หนูอารมณ์ดี แต่พอไปถึงก็พบว่ามีคนมาก่อนแล้วอีกเยอะ แม่ได้คิวที่ 39 แน่ะ ยื่นใบสมัครแล้วก็ต้องรอสัมภาษณ์เลย
ระหว่างที่รอ ลูกก็วิ่งๆเดินๆเล่นอยู่แถวนั้นตามประสา เด็กๆเยอะแยะ ชวนกันเล่น ดูแล้วลูกแม่แทบไม่มีอะไรแตกต่างเลย หนูดูมีความสุขที่ได้เล่นกับเด็กๆด้วยกัน ถ้าสามารถเข้าโรงเรียนได้จริงๆก็ดีสินะ
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน การสมัครและสัมภาษณ์เป็นไปอย่างเชื่องช้ามากๆ ตั้งแต่แปดโมงเช้า จนสิบเอ็ดโมงกว่าก็ยังไม่ถึงคิวของเราซะที แต่สังเกตว่าพอช่วงใกล้เที่ยง คนสัมภาษณ์ก็เร่งมือไวขึ้นมาหน่อย คงจะหิวแล้ว จริงๆถ้าเร่งแต่แรกก็ดีนะ = =”
ปัญหาที่มาพร้อมกับการรอนานคือ ลูกของแม่เริ่มจะเบื่อหน่าย และออกอาการหงุดหงิดแล้ว แม่พยายามประคับประคองอารมณ์ของหนูไว้ ให้กินนมสตรอเบอรี่ของโปรด ชี้ชวนดูคนนู้นคนนี้ อีกนิดเดียวเท่านั้น นี่คิวที่ 36 แล้ว ลูกแม่เซ็งจนนั่งไม่ติดที่ ออกไปเดินเล่นที่สวนหย่อมอีกครั้ง แม่บอกให้ยายตามไปดูหน่อย อย่าให้ไถลไปไกล เพราะเดี๋ยวเขาเรียกแล้วจะได้เข้ามาเลย
และเมื่อถึงคิวที่ 38 แม่เดินออกไปหาหนูเพื่อให้เข้ามาเตรียมตัว ปรากฎว่าหนูกำลังนั่งร้องไห้ตาแดงเลย แม่ตกใจมาก ถามยายว่าเกิดอะไรขึ้น ยายบอกว่า หนูเดินๆไปแล้วหัวไปโขกกับท่อนไม้ที่เขาเอาวางไว้ประดับสวน…
เสียงเรียกดังขึ้น หมายเลข 39 แม่รีบเช็ดน้ำตาให้หนู โอ๋ๆปลอบใจ อย่าเพิ่งโมโหนะลูกนะ ถึงคิวเราแล้ว
พอพาหนูไปนั่งโต๊ะสัมภาษณ์ มีของเล่นประเภทบล็อกวางอยู่ ลูกแม่ก็เลยยอมนั่งสงบๆ คนสัมภาษณ์ถามคำถามกับหนูง่ายๆ เช่น ชื่ออะไร ทดสอบความรู้เรื่องสี การนับ รูปทรงต่างๆ การบอกขนาด ซึ่งหนูก็พอตอบได้ คนสัมภาษณ์จึงให้กระดาษมาอีกแผ่นหนึ่ง เพื่อให้เอาไปนั่งวาดรูปอะไรก็ได้ แล้วค่อยเอามาส่ง แต่หนูไม่ยอมลุกจากโต๊ะซะแล้ว จะนั่งเล่นบล็อกต่อไป แม่บอกให้เก็บไว้ก่อนไปนั่งวาดรูปกันก่อน พ่อเทวดาน้อยก็เกิดอาการต่อต้านทันที ด้วยการวิ่งหนี!
นี่เป็นฉากที่แม่ไม่อยากให้เกิดขึ้นในวันนี้เลย ลูกแม่วิ่งหนีไปอยู่หลังห้อง เพราะหงุดหงิด เรียกให้กลับมาก็ไม่ยอม จนต้องไปจูงกลับมา ก็แสดงอาการโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง กว่าจะพามานั่งที่โต๊ะสำหรับวาดรูปได้ แม่แอบมองที่คนสัมภาษณ์ เขาก็ดูอยู่ตลอดเวลา โอ่ยย ลูกเอ๋ย อย่าเิพิ่งได้ไหม อีกนิดเดียวเท่านั้น ขอให้ผ่านตรงนี้ไปก่อน
เมื่อมาถึงโต๊ะวาดรูป มีสีเทียนวางไว้ แม่ชวนให้หนูหยิบมาเขียน ก็เป็นอีกครั้งที่หนูสงบลง และยอมนั่งเขียนดีๆ แม่ให้ลูกเขียนเองตามใจ คอยหยิบสีสวยๆให้เท่านั้น ซึ่งทีแรกหนูก็ถูๆปึ๊ดๆๆ ไปเรื่อย แม่เลยต้องบอกให้หนูลองเขียนหัวใจสิ เขียนกอไก่สิ สรุปว่ากระดาษแผ่นนั้นจึงมีแต่ตัวอักษรตัวโตๆเขียนเต็มไปหมด พร้อมรูปทรงต่างๆ เขียนจนเต็มหน้าไปหมดแล้ว แม่เลยชวนหนูให้เอาไปส่งครูกัน
เมื่อเอาไปส่ง ครูก็ถามว่า เขียนรูปอะไรมา แล้วก็ชี้ๆตามตัวอักษรที่หนูเขียน ว่านี่เขียนตัวอะไร ลูกแม่ก็ตอบได้ จนมาถึงรูปทรงอันหนึ่ง เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมยุกยิกเล็กน้อย ครูถามว่า แล้วนี่ละเขียนอะไร ลูกแม่ตอบว่า ธงชาติไทย ซึ่งเป็นคำตอบที่เกินคาดเหมือนกัน เพราะแม่ยังไม่เคยสอนหนู แต่หนูตอบออกมาเอง อาจจะเป็นสัญญาณเรื่องจินตนาการที่มีมากขึ้นของหนูเองก็ได้
และเราก็กลับบ้านกัน รอการประกาศผล โรงเรียนจะให้โอกาสกับพวกเราไหมนะ
….และวันนี้ก็ถึงวันประกาศผลแล้ว…ไม่มีรายชื่อลูกของแม่ในประกาศ…









กุมภาพันธ์ 20th, 2009 at 7:18 pm
???????????????????????????????????????
?????????????????????????????????????????????????????????????
?????????? ?????????????????
พฤษภาคม 26th, 2009 at 3:13 am
เข้ามาสูบเนื้อหาสาระ ขอบคุณๆ