ทำยังไงดี? จะไปทางไหนดี?
admin on สิงหาคม 13th, 2008
หลังจากได้รับการประเมินภาวะออทิสติกจากคลีนิคแล้ว เทวดาน้อยก็ได้เริ่มเข้ารับการฝึกพัฒนาการ ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด อาทิตย์ละครั้ง และไปที่โรงพยาบาลจิตเวชในจังหวัด รวมถึงศูนย์กิจกรรมที่มีอาสาสมัครมาจัดตั้งในจังหวัด เรียกได้ว่าเราไปทุกที่ที่มีคนแนะนำ เพราะเรารู้สึกร้อนรน อยากให้เทวดาน้อยหายวันหายคืน ซึ่งความจริงแล้วเป็นการกดดันตัวเองของผู้ปกครองที่ไม่เกิดผลดีสักเท่าไร จากนั้นเทวดาน้อยก็ได้ใบส่งตัวไปที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือที่รู้จักกันในชื่อ โรงพยาบาลเด็ก พญาไท
วันที่เราจะไปกันนั้น ปรากฎว่างานเข้า คณะปฎิวัติยึดอำนาจพอดี = =” ทำให้ต้องเลื่อนกำหนดไปอีกวัน (admin note : ทำประชาชนเดือดร้อนนะยะ) ในที่สุด เราก็ไปถึงที่นั่นจนได้ ขนาดไปถึงแต่เช้าตรู่ ก็ยังต้องต่อคิวยาวเหยียด เนื่องจากมีเด็กออทิสติกมาเข้ารับการตรวจรักษาเยอะมากๆ เมื่อไปถึงก็เข้าสู่กระบวนการเดิมคือประเมินพัฒนาการ และเนื่องจากเทวดาน้อยตรวจการได้ยินมาจากโรงพยาบาลประจำจังหวัดเรียบร้อย แล้ว จึงไม่ต้องตรวจซ้ำอีก แต่ก็ยังไม่วายต้องรอกันหลายชั่วโมง
ด้วยความที่หนูต้องออกเดินทางตั้งแต่ตีสาม ทำให้เกิดอาการหงุดหงิด ต้องไล่จับกันอุตลุต แม่จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการหาหนังสือของชอบของหนูมาเปิดให้ดู พร้อมเล่นเกมอันนี้อยู่ตรงไหน ลืมเท้าความนิดนึงว่า ถึงแม้เทวดาน้อยของเราจะยังพูดไม่เป็นภาษา แต่หนูสามารถอ่าน ก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูกได้ และอ่านเอบีซีได้ครบถ้วน และหนูมีความจำดีมาก สามารถชี้ภาพได้อย่างถูกต้อง โดยการสอนเพียงรอบเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เราพอจะยืดได้ ว่าลูกชั้นมีพรสวรรค์เหมือนกันนะ ซึ่งก็โดนคุณหมอจากโรงพยาบาลเด็กทักท้วงว่า ไม่ควรส่งเสริมให้ลูกเล่นอะไรแบบนี้ เพราะเป็นการตอกย้ำพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ ควรพยายามเบนความสนใจหรือชวนให้ทำกิจกรรมอย่างอื่น และคุณหมอท่านยังบอกอีกด้วยว่า อย่าหลงไปกับความสามารถพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งจนลืมปรับสมดุลให้ลูก เล่นเอาแม่สลดไปเลยทีเดียว แต่ก็เชื่อฟังหมอแต่โดยดี
หลังจากเข้าพบคุณหมอแล้ว เราก็ถูกส่งมาที่ห้องกิจกรรมเพื่อรอรับคิวฝึก ซึ่งคิวยาวมากกกกกกกกก เค้าแทบจะไม่รับเพิ่ม แต่เราก็อ้อนวอนจนได้คิวฝึกมาหนึ่งชั่วโมง ต่อสองเดือน = =” เอาก็เอา ดีกว่าไม่ได้
เมื่อกลับมาถึงบ้าน แม่ก็เริ่มหาหนทางอื่นๆ โดยอาศัยแนวทางที่ได้รับรู้มา ณ เวลานั้นว่า ลูกจำเป็นต้องได้รับการฝึกกิจกรรมบำบัด และก็ได้พบว่าในกรุงเทพมีศูนย์กิจกรรมบำบัดของเอกชนอยู่มากมาย โดยค่าใช้จ่ายอยู่ที่ราวๆหกร้อยบาท ต่อชั่วโมง ซึ่งนับว่าหนักหนาสาหัสเหมือนกัน และก็เลยลองติดต่อไปที่ศูนย์กิจกรรมบำบัด ของมูลนิธิคุณพุ่ม ก็พบว่าค่าใช้จ่ายก็ไม่ทิ้งกันเท่าไรนัก แต่อาจจะเจรจาขอรับทุนได้ แม่จึงตัดสินใจว่าจะลองย้ายไปอยู่กรุงเทพ และพาหนูเข้าฝึกกิจกรรมบำบัดที่มูลนิธิคุณพุ่ม ซึ่งช่วงนี้สถานภาพการทำงานในที่ทำงานของแม่แย่เต็มทีแล้ว การหยุดงานอาทิตย์ละสองสามวัน ย่อมไม่เป็นที่ปลาบปลื้มของแผนกบุคคล แต่สถานทางการเงินที่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว ก็ทำให้แม่ต้องทนอยู่ให้ผู้จัดการแผนกบุคคลเจ็บใจเล่นต่อไป
แต่อะไรๆก็พลิกผันกันได้เสมอ เมื่อโชคชะตาเล่นตลก ทำให้แม่ต้องเบนเข็มทิศชีวิตใหม่ กลับภูมิลำเนาเดิมคือที่พะเยา ประกอบกับการได้ยินเขาว่ากันว่า ที่พะเยาก็มีศูนย์ฝึกกิจกรรมบำบัด ทำให้แม่ไม่รอช้าที่จะตัดสินใจพาหนูมาอยู่ที่นี่
พอกันที ความกดดัน ความอัดอั้น ทั้งหลายทั้งปวง









สิงหาคม 13th, 2008 at 6:51 pm
??????????????????????????????? ????????????????? ????????????????????????? ????????????????????????????????????????? ? ????
???????????????????????????????????
??. ????????????????? ???????????????????????????????????
สิงหาคม 14th, 2008 at 12:50 pm
????????????????????? ???? ?????????? ???????????????????????? ?????????? ????????????????????????????????? – -* ?????????????????????? ????
สิงหาคม 14th, 2008 at 2:13 pm
??????? ???????????????????????????????? ??? ????????? ?????????
?????????????? ????????????????
??????????????????